โฟล์คสวาเก้น กับการกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก

Volkswagen

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากประเทศเยอรมันอย่าง โฟล์คสวาเก้น (Volkswagen) สามารถก้าวขึ้นมาเป็นค่ายผู้ผลิตรถยนต์เบอร์ 1 ของโลก แทนที่เจ้าของตลาดเดิมอย่างค่ายรถยนต์โตโยต้า ของประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกแทน ซึ่งนอกจากค่ายโฟล์คสวาเก้นที่ผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์เดียวกันนี้แล้ว ภายใต้บริษัทโฟล์คสวาเก้นยังรวมถึงการผลิตรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆอีกด้วย ที่เรารู้จักกันดีก็คือ ออดี้(AUDI)และพอร์ช(Porsche) รวมทั้งแบรนด์ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูในตลาดมากนักอย่าง สโกด้า (Skoda Car) ด้วยจำนวน 10.3 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว

โดยมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่างเจนเนอรัล มอเตอร์ส(General Motors) เข้ามาเป็นอันดับสาม ซึ่งการโฟล์คสวาเก้นเข้ามาเป็นค่ายรถยนต์ที่ผลิตรถมากที่สุดในโลกนั้นถือเป็นการโค่นบัลลังก์ของโตโยต้าที่ครองส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์มากที่สุดมาเป็นเวลาร่วมทศวรรษที่ผ่านมาเลยทีเดียว ซึ่งผลลัพธ์ในเรื่องนี้นั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนค่อนข้างแสดงความเห็นที่ออกไปในลักษณะค่อนข้างแปลกใจเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าโฟล์คสวาเก้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวในการปล่อยมลพิษจากน้ำมันดีเซลที่เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แต่หากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วก็จะพบว่าไม่ใช่มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่ของการเพิ่มขึ้นของ โฟล์คสวาเก้น นั้นเป็นการเจาะตลาดจากประเทศอื่นๆยุโรปและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการบุกเข้าไปในตลาดรถยนต์ของประเทศจีนที่มีกำลังกานซื้อสูงมากตามการเจริฐเติบโตของเศรษฐกิจจีน ซึ่งยอดขายสามารถแซงตลาดยุโรปจนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโฟล์คสวาเก้นได้ โดยตามตัวเลขที่มีการรายงานนั้นโฟล์คสวาเก้น สามารถขายรถยนต์ของตัวเองได้มากถึงเกือบ 4 ล้านคัน แม้ว่ายอดขายในสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบละตินอเมริกาจะร่วงลงเมื่อปีที่แล้ว

ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันประสบปัญหาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่มีการพยายามจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพยอดขายไม่ให้ร่วงลงมากนัก และหลังจากที่ค่อนข้างผิดหวังที่ไม่อาจจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกากลับคืนมา โฟล์คสวาเกนตกลงที่จะจ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อชดเชยการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่จะแสดงข้อมูลการปล่อยมลพิษที่ผิดพลาดในรถยนต์ดีเซล

ในขณะที่ค่ายรถยนต์เจ้าของตลาดเดิมอย่างโตโยต้านั้น ตอบสนองในเรื่องนี้ด้วยการระบุว่าการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่เป้าหมายหลักของบริษัทโตโยต้า โดยโฆษกของโตโยต้าบอกว่าภารกิจของโตโยต้านั้นแค่ต้องการที่จะดำเนินการสร้างรถยนต์ที่มีคุณภาพดีสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น ไม่มีเป้าหมายอย่างอื่นแต่อย่างใด